Deezer เปิดตัวเครื่องมือจับเพลง AI เขย่าวงการสตรีมมิ่ง!


เคยสงสัยไหมว่าเพลงที่คุณฟังอยู่ทุกวันนี้ สร้างมาจากฝีมือมนุษย์จริง ๆ หรือเป็นผลงานของ AI? คำถามนี้ไม่เพียงแต่ฉงนงงงวยสำหรับผู้ฟังอย่างเราเท่านั้น แต่ยังสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมเพลงและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอีกด้วย ล่าสุด Deezer ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสตรีมมิ่ง ได้เปิดตัวเครื่องมือ AI ตัวใหม่ ที่จะมาช่วยไขข้อข้องใจนี้

เครื่องมือตรวจสอบเพลง AI ของ Deezer ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตรวจจับ “frequency artifacts” หรือสัญญาณเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเพลงที่สร้างโดยโมเดล AI อย่าง Suno และ Udio ไม่ว่าจะเป็นเพลงบน Deezer เอง Spotify, Apple Music, YouTube Music หรือ حتى SoundCloud ก็สามารถนำมาสแกนได้หมด แม้ว่าข้อมูลปี 2025 จะพบว่าเพลงที่สร้างโดย AI มีสัดส่วนเพียง 1-3% ของการสตรีมบนแพลตฟอร์ม แต่ 85% ของการสตรีมเหล่านั้นเป็นการฉ้อโกง ซึ่งเป็นปัญหาที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Deezer เท่านั้น! เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Spotify ก็ได้ประกาศความร่วมมือกับ Universal Music Group เพื่อให้ผู้ใช้ Premium สามารถสร้างเพลงคัฟเวอร์และรีมิกซ์ที่สร้างโดย AI จากศิลปินที่เข้าร่วมได้ สะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตวงการดนตรีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเข้ามาในรูปแบบไหน และจะสร้างสรรค์หรือทำลายมากกว่ากัน ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตา

แล้วมันจะส่งผลอย่างไรต่อโปรแกรมทำ mashup เพลง EDM สำหรับมือใหม่? หากคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาโปรแกรมดีๆ เพื่อสร้างสรรค์ mashup ที่ไม่เหมือนใคร การรู้ว่าเพลงไหนเป็น AI อาจช่วยให้คุณเลือกแหล่งวัตถุดิบและตัดสินใจในการนำมาใช้งานได้ดียิ่งขึ้น โปรแกรมอย่าง Ableton ก็ยังคงเป็นที่นิยม แต่ในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยใน DJ workflow หรือแม้แต่การสร้างสรรค์เพลง EDM ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

คำถามคลาสสิกที่ว่า “ทำ mashup ใช้โปรแกรมอะไร” อาจมีคำตอบที่หลากหลายมากขึ้นในโลกที่ AI เข้ามามีบทบาท Spotify เองก็กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI โดยให้ผู้ใช้ Premium สร้าง AI-generated covers และ remixes ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโลกของดนตรี (และ mashup) จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็น Martin Garrix ในอนาคต หรือแค่อยากจะสนุกกับการทำ mashup การติดตามเทคโนโลยี AI ในวงการเพลงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะกำหนดทิศทางของ “EDM software ปี 2026” และอาจเปลี่ยนวิธีการสร้างสรรค์ดนตรีของเราไปตลอดกาล